วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ITM : Assignment 6 Portfolio
รายละเอียดงาน :ให้จัดทำระบบจัดการการบ้านของตัวเอง โดยให้มีทำวิชาว่าแต่ละวิชาสั่งงานอะไรบ้าง และส่งวันไหน พร้อมกับรายละเอียดของงาน ซึ่งของคัวเองได้นำมาจัดลงในบล็อกของ http://www.bloger.com/ จึงจัดทำลงในระบบอินเตอร์เน็ตและเป็นการวางแผนและเตรียมความพร้อมไปในตัวด้วย
Link : http://ananta-prom.blogspot.com/
วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วันสถาปนามหาวิทยลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
วันนี้มีโอกาสได้ไปร่วมงานกับเพื่อนภาค Inter ( พึ่งเข้าใจว่าไปเป็นช่างภาพนี่เอง แต่ก็สนุกดีนะ) เหมือนจะโชคดีเลย
ขอบคุณเพื่อนๆภาค Inter นะคะ ที่ได้เชิญไปร่วมงานในครั้งนี้ ( Thank you )
การแสดงนี้สวยมากๆๆคะ
ผู้สนับสนุนรายการ ที่ทำให้เราสามารถเข้าไปร่วมงานได้ ( Thank you , Good Friend )
วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ITM : การบ้านเพิ่มเติม Describe GPS and GIS
GPS
GPS ย่อมาจาก "Global Positioning System" คือระบบที่ระบุตำแหน่งทุกแห่งบนโลก จากกลุ่มดาวเทียม 24 ดวงที่ โคจรอยู่รอบโลก ซึ่งถ้าเรามีอุปกรณ์รับข้อมูลติดตั้งอยู่ จะทำให้สามารถแสดงตำแหน่งนั้นอย่างแม่นยำ ความสามารถของ GPS ทำให้สามารถนำข้อมูลตำแหน่งมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น - ระบบนำร่อง (Navigation System) - ระบบติดตามยานพาหนะ (Automatic Vehicle Location) - การสำรวจพื้นที่ (Survay) - การทำแผนที่ (Mapping) ฯลฯ
ลักษณะทั่วไปของระบบ GPS ประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
1 . ส่วนอวกาศ 2. สถานีควบคุม 3. ผู้ใช้
1. ส่วนอวกาศ (Space Segment) ในระบบดาวเทียม GPS จะประกอบด้วยดาวเทียมทั้งหมด 24 ดวง โดยดาวเทียมจำนวน 21 ดวง จะใช้ในการบอกค่า พิกัด ส่วนที่เหลือ 3 ดวง จะสำรองเอาไว้ ดาวเทียมทั้ง 24 ดวงนี้จะมีวงโคจรอยู่ 6 วงโคจรด้วยกัน โดยแบ่งจำนวนดาวเทียม วงโคจรละ 4 ดวง และมีรัศมีวงโคจรสูงจากพื้นโลกประมาณ 20,200 กิโลเมตร (12,600 ไมล์) วงโคจรทั้ง 6 จะเอียงทำมุม กับเส้นศูนย์สูตร (Equator) เป็นมุม 55 องศา ในลักษณะสานกันคล้ายลูกตะกร้อ ดาวเทียมแต่ละดวงจะใช้เวลาในการโคจร ครบรอบ 12 ชั่วโมง นั่น คือ คาบของการโคจรเป็น 12 ชั่วโมง/รอบ ความถี่ที่ใช้ในการบอกตำแหน่งค่าพิกัดของดาวเทียม แต่ละดวงมี 2 ความถี่ คือ ความถี่ L1:1,575.42 MHz และ ความถี่ L2:1,27.60 MHz
2. สถานีควบคุม (Control Station Segment) ในส่วนของสถานีควบคุมจะประกอบด้วย 5 สถานีย่อย (Monitor Station) ตั้งอยู่ที่เมือง Diego Garcia, Ascension Island, Kwajalein, และ Hawaii ส่วนสถานีควบคุมหลัก (Master Control Station) 1 สถานี ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการทำงาน ของระบบดาวเทียม GPS ตั้งอยู่ที่เมือง Colorado Springs รัฐ Colorado สหรัฐอเมริกา สถานีควบคุมต่าง ๆ เหล่านี้มีหน้าที่ คอยติดต่อสื่อสาร (Tracking) กับดาวเทียม ทำการคำนวณผล (Computation) เพื่อบอกตำแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวง และ ส่งข้อมูลที่ได้ไปยังดาวเทียมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่ทันสมัยอยู่เสมอ
3. ส่วนผู้ใช้ (Use Segment) ผู้ใช้ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลเรือน (Civilian) และส่วนที่เกี่ยวกับทางทหาร (Military) ในส่วนของผู้ใช้จะมีหน้าที่พัฒนาเครื่องรับสัญญาณ (Receiver)ให้ทันสมัยและสะดวกแก่การใช้งาน สามารถที่ จะใช้ได้ทุกแห่งในโลก และให้ค่าที่มีความถูกต้องสูง
การทำงานของ GPS
หลักการพื้นฐานของ GPS เป็นเรื่องง่าย ๆ แต่อุปกรณ์ของเครื่องมือถูกสร้างขึ้นด้วยวิทยาการขั้นสูง การทำงาน GPS แบ่งออกได้เป็น 5 ขั้นตอน คือ
1. การรับสัญญาณจากดาวเทียมโดยหลักการรูปสามเหลี่ยมระหว่างดาวเทียมกับเครื่องรับ
2. GPS วัดระยะโดยใช้เวลาเดินทางของคลื่นวิทยุ
3. ในดาวเทียมและเครื่องรับจำเป็นจะต้องมีนาฬิกาที่ละเอียดสูงมาก
4. นอกจากระยะทางแล้วจะต้องทราบตำแหน่งของดาวเทียมที่อยู่ในอวกาศด้วย
5. ในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) และชั้นบรรยากาศโลก (Atmosphere) ความเร็วคลื่นวิทยุเดินทางได้ช้า ลง จึงต้องทำการแก้ไขจุดนี้ด้วย
GIS
คำว่า GIS ย่อมาจาก Geographic Information System แปลเป็นภาษาไทยว่าระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของ GIS ให้ง่ายขึ้น จึงขอแยกอธิบายคำ3 คำ ที่เป็นองค์ประกอบหลักของ GIS คือ
(1) ภูมิศาสตร์ หรือ Geographic: G (2) สารสนเทศ หรือ Information : I และ (3) ระบบ หรือ System : S ดังนี้
ภูมิศาสตร์ (Geographic: G)
ภูมิศาสตร์ คือ ลักษณะทางกายภาพของสิ่งต่าง ๆ บนพื้นโลก เช่น ถนน แม่น้ำภูเขา อาคาร สถานที่ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ พื้นที่ ป่าไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ระดับความสูงหรือความลึกเป็นต้น และสิ่งที่แสดงลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่คุ้นเคยกันดี ก็คือ การ แสดงด้วยแผนที่ (Map)ลักษณะภูมิศาสตร์ที่เป็นกายภาพดังกล่าว สามารถจัดเป็นหมวดหมู่ได้ 3 ลักษณะคือ
1. ลักษณะที่เป็นจุด (points) เช่น ที่ตั้งของบ้านหรือหมู่บ้าน วัด โรงเรียน สถานีรถไฟ สถานีอนามัย และที่ทำการ หน่วยงานต่าง ๆ เป็นต้น
2. ลักษณะเป็นเส้น (lines or arcs) เช่น ถนน เส้นแม่น้ำหรือลำน้ำ ทางรถไฟ แนวกันไฟ และเส้นแสดงความสูง หรือความลึก เป็นต้น
3. ลักษณะที่เป็นพื้นที่รูปปิด (polygons) เช่น พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ไร่ร้าง พื้นที่แหล่งน้ำ และพื้นที่ ลุ่มน้ำ เป็นต้น
สารสนเทศ (Information : I)
สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล ผ่านการวิเคราะห์ หรือสรุปให้อยู่ในรูปที่มีความหมายสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งต่างจากคำว่า ข้อมูล (Data) ที่หมายถึงข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ข้อมูลอาจเป็นตัวเลขหรือเอกสารพรรณนา เช่น รายงานข้อมูลน้ำฝนรายเดือนหรือรายปี ตารางแสดง การเจริญเติบโตของไม้ในสวนป่า หรือรายงานหมู่บ้านตั้งใหม่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เป็นต้น
ระบบ (Systems : S)
เนื่องจากข้อมูลมีความหลากหลายและเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป จึงจำเป็นที่จะต้องนำเครื่องมือที่ ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาใช้ในการจัดเก็บและเรียกค้นข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งในยุคของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปัจจุบัน ระบบคอมพิวเตอร์นับว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด
ใน GIS ระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้ประกอบด้วย
1. Computer Hardware System
2. Database and Database Management System
3. GIS software
กระบวนการในการวิเคราะห์ข้อมูลของ GIS
ในระบบ GIS สามารถแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ เป็น 2 รูปแบบ คือ
1. การวิเคราะห์ด้วยสายตา โดยการถ่ายทอดข้อมูลต่างๆ ในแบบของแผนที่ ลงบนแผ่นใสแล้วนำมาซ้อนทับบน โต๊ะแสง โดยการเปลี่ยนข้อมูลที่นำมาซ้อนในแต่ละปัจจัยเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องความสามารถ ของมองเห็นของสายตาและปริมาณแสงที่จะส่องผ่านแผ่นใสเมื่อมีการซ้อนมากขึ้น
2. การวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์ โดยการแปลงข้อมูลแผนที่ที่ต้องการใช้งานให้อยู่ในรูปของตัวเลข แล้วซ้อนทับ กันโดยใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ ซึ่งสามารถเก็บผลที่ได้ไปซ้อนทับกับข้อมูลอื่นและพิมพ์ผลที่ได้ใน รูปแบบแผนที่ได้อย่างรวดเร็ว
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์และการสำรวจระยะไกล
ปัจจุบันได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) และ การสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote sensing: RS) ในการศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินในแง่มุมต่างๆ กันอย่างแพร่หลาย แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา โดย GIS และ RS ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดทำระบบฐานข้อมูล การสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของการใช้ประโยชน์ที่ดิน ศึกษาแนวโน้มการใช้ประโยชน์ที่ดิน ใน อนาคต การติดตามประเมินผล จนถึงขั้นตอนสุดท้ายในการผลิตแผนที่เพื่อการแสดงผล ทั้งนี้เนื่องจาก GIS เป็นเครื่องมือที่ มีศักยภาพสูง สามารถใช้จัดการข้อมูลจำนวนมาก ได้สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการใช้ข้อมูล RS ด้วยเหตุนี้ จึงได้กำหนดแนวทางในการสำรวจและรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน โดยให้มีการใช้เทคโนโลยี GIS และ RS เป็น เครื่องมือสำคัญในการรวบรวม วิเคราะห์ และจัดการกับข้อมูลพื้นฐานของหน่วยจัดการต้นน้ำ ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรม หลัก 2 ส่วน คือ
1. การจัดทำฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ต้นน้ำ ทำการวางแผน ออกแบบ ระบบฐานข้อมูล รวบรวม ข้อมูลเชิงพื้นที่ประเภทต่างๆ ของหน่วยจัดการต้นน้ำ นำเข้าข้อมูลสู่ระบบตรวจสอบแก้ไขความถูกต้องของข้อมูล วิเคราะห์ ข้อมูล แสดงผลของข้อมูล และจัดทำแผนที่แสดงลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ในด้านต่างๆ
2. ใช้ข้อมูลจากการสำรวจระยะไกล มาทำการวิเคราะห์ตีความสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ศึกษา ทำการ สำรวจตรวจสอบข้อมูลภาคสนาม เพื่อศึกษาสถานภาพทรัพยากรป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่จริง นำผลที่ ได้มาใช้ประเมินความถูกต้องของข้อมูล
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
Information Theory : Fractal Image Coding
เป็นรูปแบบของการเข้ารหัสรูปภาพ โดยมีหลักการที่ให้พิจารณาดูว่าในหลายๆส่วนของรูปภาพนั้นมีจุดใดในภาพที่หมือนกันบ้าง เมื่อนำภาพนั้นมาแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ และจะทำการเข้ารหัสจุดที่เหมือนกัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการเข้ารหัสข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อน
Fractal มีอยู่ 2 แบบ
•Fractal Geometry มีหน้าตาที่มีภาพที่มีลักษณะเป็นภาพกราฟิกที่สร้างขึ้นโดยสมการคอมพิวเตอร์
• Fractal Image coding ภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และรูปภาพทั่วๆไป

ภาพ : Fractal Geometry

ภาพ :Fractal Image coding
ITM - Assignment 5 TrueMove
รายละเอียดของงาน : ให้เขียนโครงสร้าง The landscape of mobile computing and commerce
วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ITM - Assignment 4 Google Search
เว็บบล๊อกที่เลิอกใช้ในการทำบล๊อกครั้งนี้คือ http://learners.in.th/ เนื่องจากการค้นหาทำได้เร็วและมีรายชื่อของผู้จัดทำอยู่ในลำดับแรกๆของ google
ITM - Assignment 3 Wikipedia
รายละเอียดของงาน : หัวข้อของงานชิ้นนี้กำหนดให้นักศึกษามาปรับวิกิของตัวเองให้อยู่ในรูปแบบของสารานุกรมที่ดีที่ถูกต้อง

ท่านผู้ดูแล Manop ฝากแจ้งมาดังนี้ด้วย หากคุณ Asiaspirit ต้องการสอบถามระบบวิกิพีเดีย หรือระบบวิกิเอง สามารถถามเพิ่มได้ใน "สภากาแฟ" หน้าโครงการ จากเมนูด้านซ้ายมือ หากมีโครงการอย่างนี้อีกในอนาคตอาจจะมีการปรึกษา สอบถามร่วมมือกันได้ หรือหากสนใจพูดคุยกับผู้ใช้คนไหนเฉพาะสามารถกดพูดคุยได้ที่หน้าผู้ใช้แต่ละคน ยินดีต้อนรับสู่วิกิพีเดียไทย --Manop พูดคุย 02:50, 1 ธันวาคม 2551 (ICT)เพื่อนๆสมาชิก sec 3 จึงต้องปรับเพื่อให้บทความของตนเป็นสารานุกรม
ITM : Assingment 2 Wikimedia
รายละเอียดของงาน : ของห้อง 3 ให้เขียนหัวข้อเรื่อง ระบบสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ ลงในวิกิพีเดียโดยแบ่งหัวข้อกันทำกลุ่มล่ะ 2 หัวข้อ ข้อล่ะ 2-3 คน
งานที่ได้รับมอบหมายเกิดปัญหานิดหน่อยจึงทำให้ต้องมีการปรับแก้ไขเนื้อหาใหม่ในสัปดาห์ต่อไป
Link : http://th.wikipedia.org/wiki/ระบบสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระบบสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมเป็นหลัก ความพิเศษของเทคโนโลยีทั้งสองนี้ก็ตรงที่ ต่างเป็นเทคโนโลยีที่เสริมซึ่งกันและกัน กล่าวคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพหากเป็นเทคโนโลยีเดี่ยวระบบสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบไปด้วย หลักสำคัญในการจัดการสารสนเทศเป็นจำนวนมากซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ในทางรูปแบบแนวคิดของการนำไปใช้นั้นจะมีรูปแบบที่ชัดเจนสามารถใช้วิเคราะห์และจัดการได้จากแนวคิดและแนวทางการจัดการสารสนเทศได้ตามแนวความคิดที่ตกผลึกของกระบวนการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Concepts and Management)แนวความคิดที่ตกผลึกของกระบวนการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการคิดซึ่งเป็นที่มาของแนวความคิดที่ตกผลึกโดยสังเขป เขียนเป็นผังการไหลของข้อมูล เมื่อต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยปัจจัยอื่นๆที่ไม่ได้เขียนไว้ก็เพื่อความกระชับแนวความคิดที่ตกผลึกของกระบวนการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Concepts and Management) เป็นแนวคิดที่อยู่บนพื้นฐานของปัจจัยต่างๆ ที่จะนำระบบสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์ ซึ่งจะมีองค์ประกอบที่ใช้แตกต่างกันไปตามภารกิจและขนาดองค์กร วัตถุประสงค์ และเงื่อนไขต่างๆ ปัจจัยเหล่านั้นที่ใช้สำหรับการตัดสินใจสามารถจำแนกออกได้ดังนี้ระบบสารสนเทศ (Information System) (IS)ประกอบไปด้วย การเปลี่ยนข้อมูล (Data) ไปเป็นสารสนเทศ (Information) และทำให้สารสนเทศนั้นกลายเป็นความรู้ (Knowledge) นอกจากนี้จากยังมีคำหนึ่งที่มาความหมายสืบเนื่องจากทั้ง 3 คำ คือ ผู้รู้ (Wisdom) หรือ กูรู หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ด้านนั้นๆ จนเกิดความเชี่ยวชาญ ชำนาญการในความรู้นั้นๆระบบประมวลผลธุรกรรม (Transaction Processing System)เป็นกระบวนการที่มีการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้นประจำวัน เป็นข้อมูลกระบวนการที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น ลูกค้าทำการสั่งซื้อหรือจ่ายเงิน การเก็บข้อมูลสินค้าคงคลัง ในธุรกิจที่มีการทำรายการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการทำงานนี้เรียกว่าระบบประมวลผลธุรกรรม เมื่อใดก็ตามที่มีการทำธุรกรรมหรือปฏิบัติงานในลักษณะดังกล่าวข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะเกิดขึ้นทันที เช่น ทุกครั้งที่มีการขายสินค้า ข้อมูลที่เกิดขึ้นก็คือ ชื่อลูกค้า ประเภทของลูกค้า จำนวนและราคาของสินค้าที่ขายไป รวมทั้งวิธีการชำระเงินของลูกค้า ระบบนี้จะมีการจัดกลุ่มข้อมูลลักษณะเหมือนกันไว้ด้วยกันการคิดคำนวณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ ทำการจัดเรียงข้อมูลเพื่อทำให้การประมวลผลง่ายขึ้นและทำการสรุปข้อมูล เป็นการลดขนาดของข้อมูลให้เล็กหรือกะทัดรัดขึ้น มีการเก็บ (Storage)การบันทึกเหตุการณ์ที่มีผลต่อการปฏิบัติงานแต่งานส่วนใหญ่ของ TPS จะเกิดขึ้นในระดับปฏิบัติการมากกว่าระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information Systems) (MIS)คือ ระบบประมวลผลรายการที่ครอบคลุมกิจกรรมหลัก ๆ ขององค์กร แต่จะแตกต่างจากระบบประมวลผลรายการที่ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร และออกรายงานต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับใช้ตัดสินใจ ซึ่งจะเป็นรายงานสรุปข้อมูลต่างๆ ซึ่งไม่ใช่งานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน เหมือนกับระบบประมวลผลรายการ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ยังใช้สำหรับการวางแผน การติดตามและควบคุมงานในองค์กรด้วย ซึ่งผู้บริหารระดับล่าง และกลางเป็นผู้ใช้งานระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management System)ระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management System) เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้เกิดพัฒนาการของความรู้ หรือการจัดการความรู้ที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร มีทั้งหมด 7 ขั้นตอน คือการบ่งชี้ความรู้ เป็นการพิจารณาว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าหมายคืออะไร และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เราจำเป็นต้องใช้อะไร ขณะนี้เรามีความรู้อะไรบ้าง อยู่ในรูปแบบใด อยู่ที่ใครการสร้างและแสวงหาความรู้ เช่นการสร้างความรู้ใหม่ แสวงหาความรู้จากภายนอก รักษาความรู้เก่า กำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว การจัดความรู้ให้เป็นระบบ เป็นการวางโครงสร้างความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้อย่างเป็นระบบในอนาคต การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เช่น ปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็นมาตรฐาน ใช้ภาษาเดียวกัน ปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ การเข้าถึงความรู้ เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้เข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) Web board บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ทำได้หลายวิธีการ โดยกรณีเป็น Explicit Knowledge อาจจัดทำเป็นเอกสาร ฐานความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือกรณีเป็น Tacit Knowledge จัดทำเป็นระบบ ทีมข้ามสายงาน กิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระบบพี่เลี้ยง การสับเปลี่ยนงาน การยืมตัว เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้นการเรียนรู้ ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่นเกิดระบบการเรียนรู้จากสร้างองค์ความรู้ การนำความรู้ในไปใช้ เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ และหมุนเวียนต่อไปอย่างต่อเนื่องระบบขับเคลื่อนองค์กรที่พัฒนาสืบทอดต่อกันมา (Legacy System)ระบบขับเคลื่อนองค์กรที่พัฒนาสืบทอดต่อกันมา เป็นระบบการทำงานเดิมที่เคยมีอยู่แล้วภายในองค์กร เป็นระบบที่มีความสำคัญกับการทำงานขององค์กร การเปลี่ยนแปลงองค์กรเข้าสู่องค์กรที่มีความทันสมัยในด้านเทคโนโลยีมากขึ้น legacy System จะมีผลและเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้พัฒนาจะต้องคำนึกถึง เนื่องจากว่า legacy System มักจะเกี่ยวข้องกับการทำงานประจำของพนักงานภายในองค์กร การเปลี่ยนแปลง หรือ การนำระบบใหม่ๆมาแทนที่ระบบเก่าจึงเกี่ยวข้องกับบุคคลภายในองค์กร และควบคุมได้ค่อนข้างยาก[2]ระบบวิสาหกิจ (Enterprise System)คือระบบหรือกระบวนการต่างๆ ที่ใช้ทั้งองค์กร เพื่อใช้ทรัพยากรต่างๆร่วมกัน เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะใช้ Database และ Data ร่วมกัน ซึ่งจะคอยจัดการระบบสารสนเทศ โดยรวมเอา Business Process หลักๆขององค์หารเข้ามารวมไว้เป็นหนึ่งเดียวลักษณะของ Enterprise system ทำให้องค์กรมีโครงสร้างที่แข็งแรง และมีลักษณะการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียว ไม่มีการแบ่งเป็นระยะย่อยๆของใครของมัน การบริหารจัดการดีขึ้น ใช้เทคโนโลยีที่เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งจะง่ายต่อการดูแล การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามความต้องการของลูกค้าการได้มาซึ่ง Enterprise systems มีการสร้าง Business Model เกิดขึ้นมากมาย มีการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลาย ลงทุนมาก ใช้งานยาก ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นระบบที่ดีที่สุดในการทำงานส่วนประกอบอื่นๆที่ช่วยสนับสนุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศนอกจากแนวคิดระบบใหม่ๆที่ช่วยสนับสนุนสารสนเทศได้แล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุนแนวคิดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่นService-oriented architecture (SOA)คือ การนำแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมแอปพลิเคชันที่มีการเรียกใช้บริการที่อยู่บนเน็ตเวิร์คหรืออินเทอร์เน็ต หรือมี การให้บริการแก่แอปพลิเคชันอื่นๆ ในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีให้กับองค์กร โดยอาศัยหลักการเว็บเซอร์วิสซึ่งเป็นแค่เครื่องมือในการใช้งานภายในองค์กรถือเป็นแนวคิดที่ต้องสร้างเองในองค์กรSOA แบ่งเป็น 2 คำ Service-Oriented และ Architecture Service-Oriented เป็น Software ที่ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ แพ็คเกจ แต่เป็นซอฟต์แวร์ตัวเล็ก ทำงานเฉพาะด้าน ขึ้นอยู่กับว่าจะแบ่งเป็นบริการอะไรบ้างArchitecture คือการออกแบบ โดยจะมององค์กรโดยรวมว่าต้องการบริการอะไรบ้าง ก็จะแบ่งบริการนั้นๆออกเป็นส่วนย่อยๆ ทั้งนี้ หลายคนมองว่า SOAคือเว็บเซอร์วิสแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เพราะเว็บเซอร์วิสเป็นแค่เครื่องมือในการใช้งาน ดังนั้น SOA จึงไม่ใช่สินค้า หาซื้อไม่ได้ แต่มันคือแนวคิดที่ต้องสร้างเองในองค์กรส่วนที่เกี่ยวข้องกับ SOA ประกอบด้วย 4 ส่วนคือEnterprise Service Bus เป็นโครงข่ายสำคัญในการขับเคลื่อน SOA ทั้งหมด เป็นการเชื่อมต่อระหว่างแอปพลิเคชัน Design-Time Governance เป็น ดาต้าเบส กลางช่วยรวบรวมว่าองค์กรมีบริการอะไรบ้าง และช่วยนำบริการออกไปยังหน่วยงานและควบคุมบริการให้เหมาะสมกับองค์กรด้วยRun-Time management เป็นตัวจัดการ ทำอย่างไรให้บริการทำงานสอดคล้องกับ SOA ที่ตั้งไว้Security Gateway ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง Firewall ที่เป็นเน็ตเวิร์ก แต่เป็น Application Firewall ที่เข้าใจ คำสั่ง XML นอกจากนี้ต้องมี Application Delivery Control ช่วยเร่งความเร็วในการทำงานของ SOA ด้วยSOA มีประโยชน์อย่างไร SOA มีประโยชน์อย่างมากทั้งบริษัทเอกชนและองค์กรในภาครัฐ โดยถ้ามองในแง่ของบริษัทเอกชน SOA จะช่วยทำให้เกิดการรวบรวมข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจได้ง่าย ทำให้สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน โดยไม่ขึ้นกับแพลตฟอร์มของบริษัทนั้น ๆโปรแกรมประยุกต์ใช้งานตามภารกิจเฉพาะ (software-as-a-service : SaaS)The software as a service business model เป็นโมเดลทางด้านธุรกิจที่กำลังเป็นที่นิยม โดยแนวความคิดพื้นฐานเป็นการเอามาแทนที่การขายซอร์ฟแวร์ แบบเก่า ที่มีราคาแพง และการติดตั้งที่ยุ่งยาก น่ารำคาญออกไป โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงการใช้งานผ่านระบบเครือข่าย หรือตัว Internet Browser ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซื้อฮาร์ดแวร์ หรือ ซอร์ฟแวร์ โดยผู้ใช้งานจะจ่ายเพียงแค่ค่าคิดบริการการเป็นสมาชิก หรือค่าบริการตามที่ใช้งานจริง (pay per usage) ซึ่งจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ SaaS on demand model ยังเป็นบริการที่สามารถพัฒนาต่อเนื่องได้ตลอดเวลา กับความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อย ๆ สามารถดัดแปลงได้ง่าย เข้ากับองค์กร การบำรุงรักษา จะเพียงพอกับทรัพยากร และตามความต้องการ และการคำนวณค่าใช้จ่ายทางด้านการบำรุงรักษาจะเป็นอัตราที่แน่นอน และเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนักSaaS และ SOASaas : เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการสร้างซอร์ฟแวร์ในปัจจุบัน นอกจากนั้นซอร์ฟแวร์ยังมีการพัฒนา และผูกติดทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ผู้ผลิตรายเดียวSOA : ซอร์ฟแวร์จะมาจากหลายแหล่งผูกติดกันแค่จุดที่ต้องการคำนวณ (point of execution) จึงทำให้สามารถเปลี่ยน เพิ่มเติมส่วนต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ จึงทำให้ยืดหยุ่นมากขึ้นImplementing SaaS : The Utility Computing Concept.Utility computing หมายถึงการให้บริการการประมวลผล มีความเสถียร และปลอดภัย เหมือนกับการให้บริการไฟฟ้า น้ำประปา หรือโทรศัพท์ เป้าหมายของ utility computing คือการให้บริการทรัพยากรสำหรับการประมวลผลตามความต้องการได้จากทุกแห่งทั่วโลก ตลอดเวลาและตามความต้องการ ปลอดภัย ประสิทธิภาพที่วัดได้ ราคาที่ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณ ขนาดที่ยืดหยุ่น และง่ายในการบริหารจัดการ ในส่วนของการใช้งานระดับองค์กร จะช่วยลดเงินที่ต้องสูญเสียไปอย่างมหาศาล ไอบีเอ็ม (IBM) On-Demand project, HP, Microsoft, Oracle SAP และบรรดาบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ อยู่เบื้องหลังแนวความคิดนี้ถ้าสำเร็จ Utility computing จะเปลี่ยนเส้นทางการขายซอฟต์แวร์ การจัดส่ง และการใช้งานในโลก ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าซอฟต์แวร์ทุกชนิดจะกลายมาเป็นบริการและขายแบบเหมือนบริการทุกวันนี้วิสาหกิจเชิงเสมือนจริง (Virtualization)เป็นแนวความคิดใหม่ ๆ หลายครั้งที่จะนิยามความหมายว่า "เทคโนโลยีสารสนเทศ" ซึ่งส่วนใหญ่ประเภทของวิสากิจเชิงเสมือนจริง คือ hardware virtualization แต่โดยทั่วไป วิสาหกิจเชิงเสมือนจริงแยกจากการใช้ประโยชน์ในธุรกิจ และข้อมูลจากทรัพยากรสารสนเทศ ซึ่งวิสาหกิจเชิงเสมือนจริงนั้นยอมรวมกับทรัพยากรสารสนเทศ ด้าน Hardware, Server และรวมถึงทรัพยากรต่างๆที่ต้องการชนิดของวิสาหกิจเสมือนจริง มีดังนี้การจัดเก็บ(Storage) การรวมกันทางกายภาพของการจัดเก็บจากหลากหลาย network และควบคุมจากส่วนกลาง ด้านเครือข่าย(Network) ประกอบกับเครือข่ายทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยแยกการจัดการออกเป็นส่วนๆ อีกทั้งยังรวมถึง Server ที่อยู่บนเครือข่ายHardware คือการใช้โปรแกรม (Software) ,Hardware ซึ่งรวมถึงส่วนประกอบต่าง ๆของคอมพิวเตอร์ และระบบปฏิบัติการต่างๆ บางครั้งอาจจะเป็น virtual machineวิสาหกิจเชิงเสมือนจริง สามารถเพิ่มขึ้นเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ในการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีสารสนเทศสรุป เทคโนโลยี Virtualization เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์และได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อบุคคลกลุ่มต่างๆ ในลักษณะที่แตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับบทบาทและแง่มุมของแต่ละกลุ่มบุคคลไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ผลิตและผู้บริโภคที่จะพิจารณากลุ่มคนซึ่งเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กร (Knowledge Workers)ปัจจุบันสังคมได้ปรับเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจที่เน้นการผลิตไปสู่การบริการและความรู้ และองค์กรชั้นนำส่วนใหญ่เชื่อว่า "ความรู้" คือทรัพย์สินที่สำคัญและจะเป็นตัวสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เพราะความรู้ลอกเลียนแบบกันยากแต่ต้องบริหารจัดการเอง ทำให้กระแสตื่นตัวเรื่อง การบริหารความรู้เป็นที่นิยมอย่างมาก ขณะเดียวกันกลุ่มคนที่ปฏิบัติงานบนฐานขององค์ความรู้ หรือที่เรียกว่า "Knowledge Workers" ซึ่งเป็นพลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจสังคมใหม่ ก็กลายเป็นจุดสนใจมากขึ้นมีนักวิชาการให้ความหมายของคำว่า Knowledge Workers ว่ากลุ่มคนซึ่งเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กร โดยแปลงและประมวลผลข้อมูลให้กลายเป็นข้อมูลข่าวสารใหม่ ซึ่งจะนำไปใช้ในการค้นหาและแก้ปัญหาขององค์กร เพิ่มผลประโยชน์ให้กับองค์กร พวกเขาสร้างความร่วมมือและทำงานร่วมกับคนอื่น เรียนรู้จากผู้อื่น พร้อมที่จะเสี่ยงและเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่ใช่แค่เพียงแต่จ้องจะวิพากษ์วิจารณ์จับผิดผู้อื่น กล่าวโดยสรุป Knowledge Workers ก็คือคนที่แก้ปัญหา ใช้สติปัญญาไม่ใช่งานแรงงานหรือธุรการงานประจำ พวกเขาต้องการความอิสระในการปฏิบัติงานสูง ใส่ใจต่อคุณภาพของการตัดสินใจและการใช้วิจารณญาณ มีความรู้พื้นฐานที่คนอื่นเลียนแบบได้ยาก สามารถในการแยกแยะ สร้าง ใช้ และพัฒนาข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนองค์ความรู้ให้มีความลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม เพื่อผลประโยชน์คือความสำเร็จขององค์กรกิจกรรมและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศกิจกรรมและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถแบ่งออกได้เป็นสามระดับคือกิจกรรมเพื่อการดำเนินงานในองค์กร (Operational Activities) - การปฏิบัติงานที่เกิดเป็นประจำในองค์กร เป็นงานของพนักงานทั่วไปจนถึง supervisor เช่น การบันทึกคำสั่งสินค้า การทำบัญชีรายวันกิจกรรมเพื่อการบริหารงานในองค์กร (Managerial Activities) - เป็นงานในลักษณะการบริหาร ซึ่งเป็นงานบริหารระดับกลางเสียส่วนใหญ่ ผู้ที่มีบทบาทหลักได้แก่หัวหน้าฝ่าย-ผู้จัดการ เช่น การวางแผนงานระยะสั้น การจัดการและการควบคุมงานกิจกรรมเชิงกลยุทธ์สำหรับองค์กร (Strategic Activities) - เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ที่เกิดจากผู้บริหารระดับสูง เป็นการกำหนดทิศทางและการวางแผนธุรกิจขององค์กรลักษณะเด่นของระบบสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศให้ผลตอบแทนจากเทคโนโลยีสารสนเทศสูงสุดช่วยให้สามารถวางแผนการจัดการสารสนเทศที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตที่ส่งผลต่อองค์กรได้ช่วยให้สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสารสนเทศที่มีได้อย่างเหมาะสมและยังช่วยเปรียบเทียบระดับคุณค่าของข้อมูลอีกด้วย
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ITM : Assignment1 FedEx & UPS
Schedule a Pickup - กำหนดเวลาการให้มารับชองที่ต้องการส่ง (Pickup Options With UPS On-Call Pickup services, we'll come to you to pick up your packages. For your convenience, the following services are available: Daily, Same Day, Occasional)
Use International Tools - ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้งานส่วนนี้เพื่อตรวจสอบความมั่นใจในการส่งไปยังสถานที่ต่างๆได้
Tracking : ใช้ Tracking Number ในการติดตามของที่ส่งว่าในขณะนี้ของที่ส่งนั้นได้เดินทางไปถึงไหน ใน ในบางประเทศจะสามารถติดตามของที่ส่งได้เฉพาะที่ยังอยู่ภายในประเทศ หลังจากออกจากประเทศจะติดตามไม่ได้แล้วจนกว่าของจะถูกส่งถึงที่หมาย หรือสามารถใช้ช่องทางอื่นเช่น Track โดย E-Mail หรือ Import Tracking Numbers ก็ได้เช่นกัน หรือหากไม่ต้องการจะไม่ใช้บริการ Tracking ก็ยังสามารถส่งของได้ตามปกติ
ซึ่งแสดงให้เห็นข้อเปรียบเทียบชัดเจนว่าความเร็วในการส่งที่รวดเร็วจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามมา โดยที่การส่งแบบ UPS Worldwide Expedited จะที่ค่าบริการต่ำสุดคือ 7,477.47 บาท แต่ใช้เวลาในการส่ง 1 สัปดาห์ แต่หากส่งแบบ UPS Worldwide Express Plus จะส่งเร็วที่สุดคือภายใน 3 วัน แต่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 15,624.75 บาท
Answer Enter the site of Federal Express (fedex.com) and find the current information system used by the company or offerd to FedEx's customers. Explain how the systems' innovations contribute to the success of FedEx
Cut-off Time Improvement at Rojana Industrial Estate
One-Page Shipping Revolutionizes Online Orders
Our World Service Centre has moved to Rama III
Service Enhancement for EPZ- Bangpa-in, EPZ & FTZ- Hitech Banwah and FTZ- Rojana Industrial Estates
New FedEx World Service Centre opens in Phuket
จากข้อมูลการให้บริการด้านบน แสดงถึงการเพิ่มการให้บริการที่เข้าถึงทุกพื้นที่และการพัฒนาการให้บริการเพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้การบริการของ FedEx เป็นที่จดจำภาพลักษณ์ของการส่งของที่ติดตาลูกค้าในพื้นที่ได้มากกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ













